2006/Apr/24

วันนี้นั่งดูรายการหลุมดำ ปกติรายการนี้จะค่อนข้างทำมาให้ดำได้สมชื่อ บางครั้งเราก็ดูเศร้าๆหมองๆ ไปกับเนื้อหาของรายการ วันนี้ก็เหมือนกัน...

ก่อนจะไปพูดถึงเนื้อหาของรายการ ย้อนความหลังไปเล็กๆ กับสกู๊ปแทรกข่าวสั้นๆของช่องสามที่ชื่อว่า วงเวียนชีวิต ...

วงเวียนชีวิตในแต่ละอาทิตย์จะไปเอาเรื่องราวแสนรันทดของคนแก่ คนแล้ว คนเล่า มาออก และแน่นอน...เค้าใช้ชีวิตอยู่คนเดียว หรือไม่ก็สองคนผัวเมียแก่ๆ หรือไม่ก็คนแก่คนนึงกับหมาอีกสักตัวหรือสองตัวคู่ชีวิต...หากินแบบมื้อต่อมื้อด้วยการเก็บผักหรือขยะขาย หรือไม่ก็จะรอเพื่อนานใจบุญเอาข้าวมาให้กิน...โดยที่มีเพียงเพิงหลังเล็กๆประกอบขึ้นด้วยสังกะสีและลังไม้...เป็นที่เอาหัวเอียงหลับนอนไปในแต่ละวัน...

ท้ายรายกาย เค้าก็จะบอกเลขที่บัญชีให้บริจาคกันเข้าไป เพื่อช่วยเหลือ...เดาใจทุกๆคนว่า ถ้ามีสตางค์มากพอ...ก็อยากที่จะให้ อย่าน้อยหวังแค่ว่าเค้าจะไม่หิวในวันถัดไป...

กลับมาที่รายการหลุมดำครับ...

วันนี้หลุมดำไปเล่นกับยายคนนึงที่นอนอยู่คนเดียวบนเพิงที่ถูกสร้างไว้อย่างลวกๆ (ตอนหลังทีมงานมาเฉลยว่ามันพึ่งถูกสร้างขึ้นโดย อบต. เนื่องจากทราบว่ารายการจะมาถ่าย) ก่อนหน้านั้น ยายนอนอยู่หน้าบ้านบนกระดาษแข็งผืนใหญ่ๆ...ถามคนข้างบ้านได้ความว่า ลูก เป็นคนเอามานอนไว้เนื่องจากจะได้ฝากเพื่อนบ้านช่วยกันดูแล ยามเค้าออกไปทำงานนอกบ้าน...

บนเพิงยายคนนี้มีเพียงแค่ที่ที่ใช้นอนเท่านั้น ที่ดูดีไปกว่าการนอนอยู่หน้าบ้าน...กระดานที่ใช้ประหนึ่งที่นอนอันหยาบกร้านถูกเจาะรูบริเวณก้นของยายทั้งนี้เพื่อให้ยายถ่ายได้ โดยไม่เลอะที่นอน อ่านมาถึงตรงนี้พอจะเดาออกกันมั้ยครับ ยาย...เดินไม่ได้...

ทีมงานเข้าไปพูดคุยกับยาย...ยายบอกว่ายายไม่อยากนอนอย่างนี้...ยายไม่อยากอยุ่คนเดียว...แล้วยายก้อเล่าประวัติคร่าวๆของยายให้กับทีมงานฟัง...ทุกคนคงอยากจะรู้ ยายมีลูกมั้ย ทำไมเค้าถึงปล่อยให้ยายมีชิวิตที่ความเป็นอยู่แบบรันทดๆแบบนี้...ลูกชายนึงคน ไปอยู่ที่อื่นหลังทราบว่ายายเดินไม่ได้ แต่ต้องการผู้เลี้ยงดู...ลูกสาวหนึ่งคนอยู่หากแต่ก้อต้องทำงาน จึงไม่ได้มีเวลามาสนใจยายเท่าไร...

สัมภาษณ์คนข้างบ้าน มีความเห็นที่คละกันไประหว่างความสงสารในชะตาชีวิต และส่วนหนึ่งลงความเห็นไปที่เรื่องของชะตากรรมและเวรกรรม...

สุดท้าย...ลูกสาวที่อยู่ด้วยกันถูกนำมาพูดคุยด้วยว่าทำไมไม่ดูแลคุณแม่ของตัวเอง

อยากดูแลเองและอยากไปฝากหน่วยงานของราชการดูแลด้วย เพียงเพื่อหวังให้ความเป็นอยู่ของแม่ดีขึ้น แต่ราชการก็ไม่ใช่ที่เธอจะไปฝากความหวังได้ เนื่องจากแม่ของเธอไม่สามารถดูแลตัวเองได้ เดินไม่ได้

และสุดท้าย ที่เธอไม่สามารถมาดูแลแม่ตัวเองได้ ก็เนื่องจากทุกวันนี้ เอทำงานวันละ 2 กะ(ควบกะ) ทำให้เวลาทำงานของเธอเพิ่มขึ้นมาเป็นเท่าตัว...โอกาสที่เธอจะได้ดูแลแม่เต็มๆนั้นคงจะเป็นไปไม่ได้...

ครอบครัวเธอมีหนี้เยอะ ทำให้เธอต้องตั้งใจทำงานหาเงินใช้หนี้

"เมื่อก่อนแม่เป็นคนชอบเล่นการพนัน เล่นหวย เล่นไพ่ จนพ่อและพี่ชายเอือม...บ้านที่หนูปลูก แม่ก็เอาไปเข้า ธกส เอาเงินมา 50000 บาท ทุกวันนี้รวมดอกก็ 80000 กว่าเข้าไปแล้ว ถ้าไม่ใช้บ้านจะถูกยึด...รวมหนี้ทั้งหมดที่แม่สร้างไว้จากการพนันแล้วต้องใช้แทน มันมากกว่าแสน ก็ไม่รู้จะใช้ยังงัยหมด และนั่นคือสาเหตุที่ทำให้เธอต้องมุงานอย่างลืมเวลาพัก และไม่มีเวลาที่จะมาดูแม่อย่างที่ควรจะเป็น" ลูกสาวเล่าพร้อมกับปลดปล่อยสึนามิในดวงตา...

ปล : คนชราที่ถูกทิ้ง ลูกอกตัญญู หรือ เค้าทำตัวเอง

Comment

Comment:

Tweet


ใสสาสาสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสส ยยยยยยยยยยopen-mounthed smile open-mounthed smile big smile big smile big smile big smile
#9 by (58.10.228.209) At 2009-06-24 09:56,
ใสสาสาสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสส ยยยยยยยยยย
#8 by (58.10.228.209) At 2009-06-24 09:56,
ส่วนหนึ่งคงเป็นกรรมที่ก่อมา บางทีก็เห็นว่าสมควรแล้ว
แต่ความเป็นจริง เรื่องที่พ่อเอือมนี่พอรับได้ แต่พี่ชายเอือมแล้วหายหน้าหายตาไปเลยเนี่ย มันไม่ใช่เรื่องที่สมควรเท่าไหร่เลย
ไม่ว่าแม่ จะเล่นพนัน จะอย่างไรก็ตาม จะเบื่อขนาดไหนก็ตาม แม่ก็คือแม่ คือคนที่ให้กำเนิดมา ลูกสาวคนเดียวแบกภาระไม่ไหวหรอก(ไอ้ที่ไม่มีคนมาดูแลก็เพราะทำตัวเองด้วย)
ลูกชายที่ไปน่ะ ใช้ไม่ได้หรอก ถ้าทุกๆคนเป็นอย่างนี้ สังคมสมัยนี้คงเต็มไปด้วยคนชราที่ถูกทิ้ง(ซึ่งก็เยอะพอแล้ว)
เพราะคนชอบเอาแต่คิดในสิ่งที่ไม่ดีของพวกท่าน คิดว่าท่านก่อเรื่องมาให้ จุกจิก ด่าทอต่อว่า ฯลฯ ที่จะคิดขึ้นมาได้ แต่ไม่มองในมุมที่ว่า พวกท่านเคยเลี้ยงดูเรามาไหม จะมีวันนี้ไหมถ้าท่านไม่ดูแลเลี้ยงดูเรา
ลูกทิ้งพ่อแม่ได้ ไม่นึกถึงบุญคุณที่ผ่านมา ทั้งที่พ่อแม่ แค่ตอนลูกเกิดมาก็รักใคร่เอ็นดู/เลี้ยงมาได้(ทั้งที่มันไม่เคยสร้างบุญคุณอะไรให้เลยก่อนที่มันจะเกิดมา)
เราว่ามันเป็นเรื่องที่น่าคิดเหมือนกัน
แต่สำหรับหัวข้อนี้ เราไม่ค่อยอยากเห็นว่า เค้าทำตัวเองเท่าไหร่ รู้สึกโน้มไปทางลูกอกตัญญูมากกว่า
ต้องยอมรับแหละ ลูกสาวเองก็เอือม ที่ที่ให้แม่อยู่น่ะมันไม่ใช่ที่ให้คนอยู่หรอกอย่างนั้นน่ะ เหตุผลจะเรื่องให้ข้างบ้านดูแลอะไรก็ข้ออ้างทั้งนั้น ตัวเองเป็นอยุ่อย่างไร ทำไมไม่ให้แม่เป็นอยุ่อย่างนั้น

เรื่องของเรื่องก็ไม่มีเหตุผลอะไรกับความคิดเห็นเรา เราแค่คิดว่า ยังไงเสีย
"แม่ก็คือแม่"
มันไม่ต้องมีเหตุผลอย่างอื่นมาเสริมนักหรอก เพราะแม่ไม่ใช่คนร่วมงานหรือคนห่างไกลหรือคนอื่นที่พอสร้างปัญหาให้เราก็สมน้ำหน้า กรรมของมัน

อยากให้คนไทยมีความกตัญญูต่อบุพการีมากกว่านี้ มันคือสิ่งที่ลูกๆควรทำ
รักที่มีกับพ่อแม่ เป็นรักที่ไม่มีเงื่อนไข ไม่อยู่ที่ว่าเขาจะทำอะไร แค่เหตุผลเดียวคือ พวกเขาเป็นพ่อแม่ของเรา
#7 by At 2007-08-17 21:55,
ส่วนหนึ่งคงเป็นกรรมที่ก่อมา บางทีก็เห็นว่าสมควรแล้ว
แต่ความเป็นจริง เรื่องที่พ่อเอือมนี่พอรับได้ แต่พี่ชายเอือมแล้วหายหน้าหายตาไปเลยเนี่ย มันไม่ใช่เรื่องที่สมควรเท่าไหร่เลย
ไม่ว่าแม่ จะเล่นพนัน จะอย่างไรก็ตาม จะเบื่อขนาดไหนก็ตาม แม่ก็คือแม่ คือคนที่ให้กำเนิดมา ลูกสาวคนเดียวแบกภาระไม่ไหวหรอก(ไอ้ที่ไม่มีคนมาดูแลก็เพราะทำตัวเองด้วย)
ลูกชายที่ไปน่ะ ใช้ไม่ได้หรอก ถ้าทุกๆคนเป็นอย่างนี้ สังคมสมัยนี้คงเต็มไปด้วยคนชราที่ถูกทิ้ง(ซึ่งก็เยอะพอแล้ว)
เพราะคนชอบเอาแต่คิดในสิ่งที่ไม่ดีของพวกท่าน คิดว่าท่านก่อเรื่องมาให้ จุกจิก ด่าทอต่อว่า ฯลฯ ที่จะคิดขึ้นมาได้ แต่ไม่มองในมุมที่ว่า พวกท่านเคยเลี้ยงดูเรามาไหม จะมีวันนี้ไหมถ้าท่านไม่ดูแลเลี้ยงดูเรา
ลูกทิ้งพ่อแม่ได้ ไม่นึกถึงบุญคุณที่ผ่านมา ทั้งที่พ่อแม่ แค่ตอนลูกเกิดมาก็รักใคร่เอ็นดู/เลี้ยงมาได้(ทั้งที่มันไม่เคยสร้างบุญคุณอะไรให้เลยก่อนที่มันจะเกิดมา)
เราว่ามันเป็นเรื่องที่น่าคิดเหมือนกัน
แต่สำหรับหัวข้อนี้ เราไม่ค่อยอยากเห็นว่า เค้าทำตัวเองเท่าไหร่ รู้สึกโน้มไปทางลูกอกตัญญูมากกว่า
ต้องยอมรับแหละ ลูกสาวเองก็เอือม ที่ที่ให้แม่อยู่น่ะมันไม่ใช่ที่ให้คนอยู่หรอกอย่างนั้นน่ะ เหตุผลจะเรื่องให้ข้างบ้านดูแลอะไรก็ข้ออ้างทั้งนั้น ตัวเองเป็นอยุ่อย่างไร ทำไมไม่ให้แม่เป็นอยุ่อย่างนั้น

เรื่องของเรื่องก็ไม่มีเหตุผลอะไรกับความคิดเห็นเรา เราแค่คิดว่า ยังไงเสีย
"แม่ก็คือแม่"
มันไม่ต้องมีเหตุผลอย่างอื่นมาเสริมนักหรอก เพราะแม่ไม่ใช่คนร่วมงานหรือคนห่างไกลหรือคนอื่นที่พอสร้างปัญหาให้เราก็สมน้ำหน้า กรรมของมัน

อยากให้คนไทยมีความกตัญญูต่อบุพการีมากกว่านี้ มันคือสิ่งที่ลูกๆควรทำ
รักที่มีกับพ่อแม่ เป็นรักที่ไม่มีเงื่อนไข ไม่อยู่ที่ว่าเขาจะทำอะไร แค่เหตุผลเดียวคือ พวกเขาเป็นพ่อแม่ของเรา
#6 by At 2007-08-17 21:55,
[b] เรื่องมีแนวคิดดีมาก หนูชอบอ่านเรื่องนี้รู้สึกว่าเราจะไม่ทำแบบนี้แน่ๆ
#5 by บัวแก้ว (222.123.105.153) At 2007-07-16 08:07,
ไม่รู้สิ
#4 by มังกรดำ (203.172.219.41 /203.172.219.41) At 2006-11-03 12:41,
แม่น
#3 by . At 2006-05-17 01:29,
เฮ้อ!!!!!
ยอมจำนนเสียเถอะ
เพราะมนุษย์เกิดมาด้วยกรรมกำหนด
ชีวิตคนคนหนึ่งก็เปรียบเสมือนหนังสือเรื่องหนึ่งที่พรหมลิขิตไว้จบแล้ว
เราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้เลย
จงยอมจำนนรับผลกรรมของตนเองไปเถิด
กรรมของใครก็ของคนนั้นช่วยเหลือแบ่งปันกันไม่ได้
หมดกรรมเมื่อไหร่ก็คงได้เสวยบุญเสียที
ไม่มีใครหนีกรรมไปได้หหรอก
โลกสร้างมนุษย์ให้มีความอดทนอยู่ในตัว
ถ้าไม่หมดกรรมจริงๆรับรองคนๆนั้นไม่ตายแน่นอน
เพียงแต่ต้องอยู่อย่างทุกข์ทรมานก็เท่านั้นเอง
รู้งี้แล้วถ้าใครคนใดได้รับทุกขเวทนา
จงรู้ไว้ตนกำลังใช้กรรมอยู่
จงอดทนยอมรับผลแห่งกรรมนั้นโดยดุษฎี
และเมื่ถึงเวลความทุกข์ทรมานก็จะหายไปเองตามวาระแห่งกรรมนั้นๆ
#2 by P Pu At 2006-04-25 02:32,
บอกตรงๆ นะ เป็นเรื่องที่น่าคิดมากๆ เลยเมื่อพูดถึวเรื่องของเวรกรรมที่คนแต่ละคนได้ทำไว้ กับการรับกรรมนั้นๆ บางครั้งบางคราวเราก็ต้องมองกันถึงจุดนี้ด้วย อย่างที่คุณพูดจริงๆ แหละครับ
#1 by HyPeR MonKeY At 2006-04-24 01:19,