2006/May/20

ก่อนอ่านสารภาพว่ายาวเชี้ยๆ แต่มันน่าจะป็นประโยชน์สำหรับคนที่กำลังคิดว่าจะไปสมัคร ตามไอ้โคดสะนาที่บอกว่าไม่ต้องทำเชี้ยไร เงินก็ไหลเข้ามาเป็นหมื่นเป็นแสน!!!! มีเหตุผลกับชีวิตสักนิดครับ...

อ่านแล้วมันส์เชี้ยๆ เหมือนอ่านโคนันหรือนิยายสอบสวน...ลองดูครับ

Credit to Kokoro san

http://www.dvddiary.com/phpBB/viewtopic.php?mode=viewtopic&topic=4119&forum=10&start=0&increply

เราเองก็เป็นคนหนึ่งที่อยากรู้เรื่องของ Work @ homeเราอยากรู้ว่า
นี่เป็นงานหลอกลวงเหมือนที่เขาว่า หรือว่ามันเป็นธุรกิจจริงๆกันแน่
เราเคยเห็นข้อความนี้จากทางหนังสือสมัครงานว่า รายได้
Parttime 500-200
Fulltime 2000-5000 ต่อวัน
เราเองก็เริ่มคิดว่า ไม่น่าเป็นไปได้
ไม่มีใครได้เงินมากขนาดนี้แน่ๆ ถ้าทำงานปกติ เหมือนชาวบ้านเขาทำเราเองก็ไม่ค่อยแน่ใจ ใจหนึ่งก็ อยากรู้ อีกใจ ก็ไม่ค่อยกล้าเราเลยตัดสินใจ โทรหาคุณ สุ (ชื่อที่ปรากฎบนหนังสือสมัครงาน) ว่าเราอยากรู้เรื่องสมัครงาน
เรา : อยากทราบเรื่องงานหน่อยค่ะ
สุ : ไม่ทราบว่าใช้อินเทอร์เนตเป็นไหมค๊ะ
เรา : พอใช้ได้บ้างค่ะ
สุ : คืออย่างนี้นะค๊ะ เราเป็นบริษัทอเมริกันมหาชนทำงานเกี่ยวกับ
อาหารสำเร็จรูป เปิดมาแล้ว 54 ประเทศทั่วโลก
อาอย่างนี้นะค๊ะคุณต้องมาฟังรายละเอียดด้วยตัวคุณเองนะค๊ะ
(เราเองชักไม่แน่ใจวา
ควรจะฟังต่อไปหรือไม่ แต่เท่าที่พูดๆมา ต้องเป็นบริษัทที่น่าเชื่อถือ
มีคนทำงานกันเป็นโรงงานขนาดใหญ่แน่ๆ)
สุ : อยู่ที่อาคารเมอร์คิวรี่ ชั้น ยี่สิบสอง จดนะค๊ะ
(เค้าจะคอยย้ำมาก)
เวลาหกโมงครึ่งตอนเย็น มาถึงแล้วบอกว่ามาพบคุณ สุนะค๊ะ อย่าลืมนะค๊ะ
คุณสุ (ย้ำมาก)ขอบคุณค่ะค๊ะ


แล้วพอไปถึงอาคารเมอร์คิวรี่ที่ว่านี้คุณก็จะเห็นอาคารที่ดูน่าเชื่อถือมาก
แต่เมื่อไปถึงที่นัดหมายกลับกลายเป็นคุณต้องไปยืนเข้าแถว ยาวแล้วก็ต้อคอย ถึงหนึ่งทุ่ม จะมีการเรียกเข้าไปเช็คชื่อแล้วถามว่า ไม่ทราบ นัดกับคุณอะไรไว้
จากนั้นก็จะมี แก๊ง เสื้อสูทดำ มายืนกันเป็นแถวๆ
มาล้อมรอบตัวคุณไว้ประมาณว่าไม่ให้คุณหนีไปไหน พอ
คุณนั่นซักพัก เค้าก็จะเปิดเพลง simply the best
แล้วมีคนใส่เสื้อดำออกมายืนปรบมือ เหมือนรับน้องใหม่ (ประมาณว่าวันนี้มีหมู มาลงหม้อกี่ตัวต้องนับให้ดีๆ)
ไม่นานนักก็จะมีคนมาพูดเรื่องแผนธุรกิจ ฉายเรื่องต่าง แล้วไม่ถึงครึ่งชั่วโมงเค้าก็จะเข้าเรื่อง ผลิตภัณท์ ที่ดีที่สุด
สุดยอด สุดยอด เราเห็นพูดอยู่สองคำ เกี่ยวกับลดน้ำหนัก ได้รับอย. แล้วก็มีคนมาแสดงความเห็น เกือบๆ ห้าสิบคน มีรายได้กันแบบ ถล่ม ทลาย บางคน สองแสน แสนห้าก็มี โกหกชัดๆ

เชื่อไหมค๊ะไม่มีคนที่นั่งฟัง ปรบมือให้เขา เขาก็ปรบมือกันเอง
เปิดเพลงประมาณเชียร์ อัลบั้ม แล้วก็
หลอกคน แบบเห็นๆ เลย เราฟังๆมา นี่มัน บริษัท หลอกลวงชัดๆเลย
แล้วก็มีคนหนึ่งเอาสไลด์ มาบอก
แม่เค้าป่วย พูดเก่งมากคนนี้ ประมาณ อาจารย์ จตุพลชิดซ้าย
เค้าพูดจาหลอกล่อว่า
อย่าให้ใครมาขโมย ความฝันของคุณไป อย่าเด็ดขาดแม้กระทั่ง พ่อ แม่
ของคุณเอง( เค้าหลอกชัดๆ) เลย หลอกให้ลูกไม่เชื่อฟังพ่อแม่ คือพูดชักจูงหลอกล่อ
แบบนี้เรียกว่าหลอกลวงร้อยเปอร์เซนต์ ถ้าคุณเป็น คนหัวอ่อนนะ เสร็จแน่ เค้าใช้เหตุผลหลอกลวงได้ดีมากๆเลย
เเบบที่เรียกว่า ร้อยเก้ามงกุฎเลย แล้วยังย้ำด้วยนะว่า นี่คือ โอกาส ไม่ใช่ ความฝัน เราเองยังเคลิ้มๆไปพัก
ซึ่งสิ่งที่เค้าว่าก็คือผลิตภัณท์ อาหารเสริมยี่ห้อหนึ่งราคาสุดโหด เท่านั้นเอง
ปรากฏว่า เรานึกออกว่าเรามาหาความจริงไม่ใช่ มาเคลิ้มไปกับเรื่องแบบนี้
สุดท้ายเค้าก็ออกมาบอกว่า
ใครมาพบคุณเค้าคือ คนที่จะให้โอกาสทางธุรกิจกับคุณ แล้วเราก็มาพบคุณสุ
ผู้หญิงผิวสองสี หน้าตาไม่น่าวางใจคนหนึ่ง
เรารู้สึกแล้วว่าโดนหลอกแน่
แต่เราก็มั่นใจว่าจะไม่ยอมทุกอย่างไม่ว่าจะพูดอย่างไรแล้วเค้าก็จะเรียกคุณเข้าไปในห้อง ที่แยกย่อย ออกไปอีกสี่ห้าห้อง แล้วก็มีผู้ชายหน้าตาน่าเชื่อถือเข้ามาพูดประมาณว่า

นี่เป็นโอกาสของคุณนะครับ ฟังแล้วดีใช่ไหม ถ้าไงให้ไปงาน how to make money ที่โรงแรมอะไรซักอย่าง
แต่ว่าค่าเข้า 550นะเสียตังนะ ไม่ฟรี มีอาหาร เราก็บอกไม่มีตัง
คุณสุก็บอก งั้นมัดจำไว้ก็ได้
เราก็บอกว่าเราไม่อยากไปเราติดธุระ เค้าก็บอกว่า
งานนี้ปีนี้มีครั้งเดียว เท่านั้น(ซึ่งเรามารู้ทีหลังว่ามีแทบทุกอาทิตย์
เอาไว้หลอกเหยื่อรายต่อไป) แล้วยังบอกด้วยว่า
งานนี้เปลี่ยนชีวิตคุณเลยนะค๊ะ เราก็บอกไปว่า
ไม่มีเงินนี้ค๊ะ เค้าถามทันที ไม่มีบัตร ATM หรือค๊ะ
เราบอกว่ามี แต่ว่าเงินเราต้องใช้จ่าย
เค้าบอกเลยว่า นี่มันครั้งเดียวในชีวิต เชียวนะค๊ะ
น้องจะหวงเงินแค่ 550 บาทที่สามารถเปลี่ยนชีวิตน้องได้เชียวเหรอ
เราก็ไม่รู้จะทำยังไง ไม่นานนัก ก็มี คนใส่สูท อีกคนเข้ามาคุยกับเรา ตอนนี้มีคนรุมเราถึงสามคน
เค้าถ้าทางทำงานหลอกลวงแบบนี้มานาน
เดินมาบอกเราเลยว่า เอาอย่างนี้ น้องสมัครสมาชิกไปเลย
พันหกห้าสิบได้บัตรด้วยได้ผลิตภัณท์ ไปลอง ใช้ด้วย เราก็บอกไม่มีเงิน เค้าก็บอกว่า ที่บ้านน้องจนมากเหรอ

ที่บ้านน้องจนมากเหรอ ดูซิพูดกับเราแบบเนี้ย
เราเองก็ไม่อยากได้แต่ทำไมต้องพูด เหมือนทำทุกอย่างให้เราสมัครสมาชิก ไอ้ผลิตภัณท์ *งงงวย*นั่นด้วย เราอึ้งเลย
เราเลยบอกไปว่า
เอางี้ดีกว่าค่ะ ให้คุณสุติดต่อ หนูทีหลัง หนูจะไปคิดดูก่อน
คุณสุตอบทันที ไม่ต้องคิดแล้วน้องนี่มันโอกาสเห็นเงินชัดๆ
ถ้าอย่างนั้นไว้โอกาสหน้า ดีกว่าค่ะ

คนที่มาทีหลังพูดทันที ไม่มีโอกาสหน้าแล้วครับ หมดโอกาสแล้ว
ถ้าน้องไม่อยากทำงานก็กลับได้เลย เชิญ ผมเปลืองน้ำลายด้วย
ไล่เราเหมือนหมูเหมือนหมา แต่เราเองชักสงสัย แล้วก็อยากรู้ อะไรมากว่านี้ เราเลยบอกไปว่า
คุณสุ ใช้เบอร์นี้ใช่ไหมค๊ะ
คุณสุตอบ ค่ะ
เราเลยบอกไปว่า พรุ่งนี้จะมาให้คำตอบนะค๊ะ
เค้าก็บอก ได้ค่ะ ยังไง ถ้าสนใจก็ติดต่อกลับมานะค๊ะ

เพื่อนรู้ไหม เค้าสอนเราทีหลังว่า
คนที่ไม่สนใจยิ่งไม่ต้องง้อ ให้เค้าคิดว่า
เราก็ไม่สนใจเขา แต่ถ้าเราไม่เอาจริงๆ เค้าจะโทรมาหาเราเอง ยังไง พวกนี้ก็คือคนขายของ ดีๆนี่เอง เค้าไม่กล้าหือลูกค้าหรอก

พรุ่งนี่เราจะมาเล่าให้ฟังต่อเกี่ยวกับ งาน ที่เค้าจัดว่า จริง หรือหลอก
ที่แน่ๆ ที่เล่าให้มาคุณ สามารถ พิสูจน์ได้ว่า
นี่คือเรื่องจริง ที่เราเองเกือบโดนหลอกมาแล้ว


หลังจากวันที่เราได้เดินทาง ไปดูสถานที่ทำงานของบริษัท Work@ home มาแล้ว
เราเองก็คิดอยู่นานเหมือนกันว่า เราควรจะติดต่อ กลับไปหาคุณ สุหรือไม่
เราได้ยินจากเพื่อนว่าถ้าจะติดต่อไปอีกครั้ง
เค้าอาจจะไม่สนใจเธอแล้วก็ได้ เพราะว่าเธอปฎิเสธเค้ามาแล้วนี่
เราเองตอนแรกก็ว่าจะไม่โทรไปหาคุณ สุ อีกแล้วนะ แต่ว่า
เราเองก็ไม่แน่ใจเท่าไร เราเลยคิดว่า ถ้าเค้าไม่สนใจเราจริงๆ เราเองก็จะไม่ สนใจอีกต่อไปแล้ว

การลองโทรศัพท์ครั้งนี้ เหมือนการงมเข็มมหาสมุทรจริงๆ
เราไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไร และ ควรจะพูด อย่างไร ถ้าเราพลาด พูด ผิดอะไรไป แล้วเค้าจับได้ว่าเราแอบมาสืบเรื่องของเค้า จะทำอย่างไร
( ความจริงแล้วเรามารู้ภายหลังว่า สิ่งที่เค้ากลัวมากที่สุดก็คือ มีคู่แข่งที่ทำธุรกิจ คล้ายๆกับเขา ประเภทอาหารเสริม ต้องการมาสืบข้อมูลของเค้ามากกว่า )
เราจึงโทรไปหาคุณสุ

เรา : สวัสดีค่ะ คุณ สุจำหนูได้ไหมค๊ะ หนูชื่อ . ที่ไปฟังการบรรยายที่อาคารตรงข้ามเซ็นทรัลชิดลมน่ะค่ะ
คุณสุ : จำได้ค่ะ เป็นอย่างไรบ้าง ไม่ทราบสนใจธุรกิจ หรือ ผลิตภัณท์บ้างหรือยังค๊ะ
เรา : คืออยากรู้ข้อมูล เกี่ยวกับธุรกิจ มากกว่านี้น่ะค่ะ
คือหนูอยากเจอคุณสุ ส่วนตัวมากกว่า
คุณสุ : ทำไมล่ะค๊ะ
เรา : คือหนูรู้สึกอึดอัดน่ะค่ะ เวลาเจอพี่ผู้ชายอีกคน คนที่เค้าท่าทาง กวนๆน่ะค่ะ
คุณสุ : อ๋อ พี่เก๋ น่ะค่ะ จริงๆพี่เค้าน่ารักน่ะค๊ะเค้าแค่พูดตรงไปหน่อยน่ะ
เรา : คือเป็นไปได้ไหมค๊ะที่หนู อยากคุยกับคุณ สุ ส่วนตัวหน่อยน่ะค่ะ
คุณสุ : ได้สิคี เอาเป็นที่ เวิลร์เทรด เป็นไง ร้านแมค
เรา : ได้ค่ะ เจอกันพรุ่งนี้ ตอนบ่ายนะคะ
คุณสุ : โอเคถ้ายังไง มีการเปลี่ยนแปลง โทรแจ้งล่วงหน้าด้วยนะจ๊ะ
เรา : ค่ะ สวัสดีค่ะ

จากวันนั้นเราก็คิดว่าทำอย่างไรน้า จึงจะได้ข้อมูล ที่เราอยากรู้ ได้
เราเลยขอยืม โทรศัพท์ มือถือ เพื่อนเรา ที่สามารถ ใช้ในการบันทึกเสียงได้ เพื่อเอามาเป็นข้อมูล
จากคราวที่แล้วที่เราไม่ได้ อะไรมากนัก ได้แต่ข้อมูลที่เขาแนะนำให้จด สถานที่โรงแรม ราคาบัตร ชื่อผลิตภัณท์ แล้วก็ ชื่อคนที่ เราโทรมาหา พร้อมเบอร์

วันนั้น ก็มาถึง เรามากับเพื่อนเจ้าของโทรศัพท์ ที่สามารถบันทึกเสียงได้
เราทักทายคุณสุแล้วแนะนำ เพื่อนเราให้รู้จัก คุณสุ มีท่าทาง ดีใจมาก ที่เราพาเพื่อนมาด้วยอีกคน
(ประมาณว่า) โชคดีจริงๆ ต้มน้ำหม้อเดียวแต่มีหมู จะลงหม้อแล้ว สองตัว
(เราขอเล่าเฉพาะที่สำคัญ สำคัญนะเพราะว่าเราคุยธุรกิจ บ้าๆบอๆนี่ยาวนานถึงสองชั่วโมง)
คุณสุ อธิบายถึงบริษัทนี้ว่า เป็นบริษัทที่ก่อตั้งโดยนายอะไรซักอย่างจำชื่อไม่ได้ ชาวอเมริกัน เค้าคิดสูตรอาหารนี่ขึ้นมาเพราะว่า แม่ของตาเจ้าของบริษัทเนี่ย กินยาลดความอ้วนมากไปเลยตาย ทำให้ ตาคนเนี้ย เสียใจมากและ พูดขึ้นมาว่า
เค้าจะคิดค้นอาหารเสริมที่ลดความอ้วนได้โดยที่ ทำให้สุขภาพแข็งแรงด้วย แล้วเค้าก็คิดค้นมันขึ้นมาจนได้ ชื่อของมันก็คือ ...
ซึ่งมีการตลาดดีมาก แล้วก็มีคนเข้ามา ในธุรกิจนี้เยอะมาก

เราเองฟังนานๆ ชักรำคาญ ไม่ตรงประเด็นก็เลยถามไปเลยว่า แล้วทำไมถึงมี
รายได้มากมายนักล่ะค๊ะ ทำอย่างไรหรือ อ่า (เข้าแผนคุณสุ) อันนี้นะค๊ะน้อง
มันจะมีการบอกกันที่งาน How to make money
ซึ่งจัดขึ้นที่โรงแรม .. แถวๆสุขขุมวิท 20
แล้วคุณสุบอกไม่ได้เหรอค๊ะว่าทำอย่างไร โดยที่ไม่ต้องเข้างาน
คุณสุ ตอบทันที ไม่ได้ค่ะ เพราะว่าแผน งานทั้งหมด ต้องไปอธิบายที่โรงแรม
เรา : ยังไง ก็ต้องไปที่งานเหรอค๊ะ
คุณสุ : ใช่ค่ะ แน่นอน ทุกคนเริ่มต้นที่How to make money เป็นจุดเริ่มต้น
(จุดเรื่มต้นของการเสีย เงิน) แล้วน้องจะได้เรียนรู้ว่า ทำอย่างไรจะมีรายได้มากเท่านั้น
เรา : แล้วคุณสุมีรายได้เท่าไรเหรอค๊ะ
พอถามถึงตรงนี้ คุณสุมีอาการ อ้ำอึ้งเล็กน้อย ก่อนที่จะตอบว่า
ก็ไม่มากเท่าไรหรอกค่ะ พี่เองก็เพิ่งมาทำ งาน นี้ได้ สองเดือน
เรา : ดูเหมือนทำมานานจังนะค๊ะ ทำไมรู้รายละเอียดเยอะจัง
คุณสุ : ก็เงินไงน้อง ถ้าไม่ทำเพื่อเงิน จะทำไปทำไมอะ
เพื่อนเราถามอย่างไม่เกรงใจไปเลยว่า แล้วนี่ใช่ ระบบลูกโซ่ หรือเปล่าครับ
คุณสุ : ไม่ใช่ค่ะ
(เธอปฎิเสธเสียงแข็ง) เอาไว้น้องเข้าไปดูระบบในงานน้องจะเขาใจเอง ว่า
มันไม่ใช่ งานลูกโซ่ ( แต่มันยิ่งกว่าอีกนะ ในความคิดเรา)
แล้วเห็นพี่เค้าว่างานนี้มีครั้งเดียว แล้วไม่มีอีกแล้วใช่ไหมค๊ะ
คุณสุ : คือถ้าน้องอยากเข้างานจริงๆ ก็จะลองหาบัตรให้นะ
แต่ว่ายังไงก็ต้องวางมัดจำไว้ก่อน ไม่ทราบ จะเข้าทั้งคู่เลยไหมค๊ะ
เราเองตอนนี้ไม่รู้จะทำอย่างไร เราพยายาม คะยั้น คะยอ คุณสุให้บอกวิธีการหรือขั้นตอนการทำธุรกิจ แล้วก็วิธีการต่างๆ
แต่ยังไงเธอก็ยืนยัน ไม่บอกแล้วจะให้เราเข้างานให้ได้
เราเลยหันไปถามเพื่อนว่า
ทำอย่างไรดี เพื่อนเราบอกว่า เอาดิ๊ อยากรู้
เราออกให้ก่อน อยากรู้เหมือนกันว่าในงานจะมีอะไร
เราก็ โอเคกับเพื่อน วางมัดจำบัตรสองใบไปแปดร้อยบาท แล้วก็รวมถึง
คำสัญญาจากคุณสุ ที่ว่า
ยังไงเธอจะพยายามหาบัตร มาให้เราให้ได้ ซึ่งเรามาทราบทีหลังว่ายังไง ได้บัตรนี้
ก็มีอยู่แล้ว ยังไงก็ขาย ไม่หมด ไม่มีคนโง่ทุกคน อย่างที่คุณเข้าใจหรอกค่ะ

เชื่อไหมเรามาทราบทีหลังว่า มีคนเสียเงินกับธุรกิจ นี้ มากถึง แสนสอง
บางรายหกหมื่นบาท( นี่เรื่อง จริงนะค๊ะย้ำ นี่เรื่องจริง ไม่โกหกด้วย) เรามาทราบทีหลังเหมือนกันว่า
คุณสุที่แสนดี (เลว) ก็เสียเงิน ไปกับ คนที่แนะนำคุณสุมาทำธุรกิจ บ้าๆ บอๆ นี่ด้วย หกหมื่นกว่าบาท
เอาไว้พรุ่งนี้เราจะเล่าให้ฟัง ว่า
ในงานที่ต้องเสียเงิน 550 บาทเนี่ย แล้วบอกว่า ทุกคนที่ผ่านงานนี้สามารถ
หารายได้ได้คนละ ห้าหมื่น สองแสน แสนห้า บ้างล่ะ จริงๆแล้ว ไอ้งานที่ว่าเนี่ย มันเป็นงานอะไรกันแน่
แต่ที่แน่ๆ เราต้องหาเงิน ไปคือนเพื่อนเราสี่ร้อย ที่วางมัดจำกับบัตร บ้าๆ บอๆ นี่ด้วยน่ะ


วันนี้คือวันที่เรามีนัดกับเพื่อนแต่เช้ามืด เพื่อที่จะไปโรงแรม .
ที่ได้นัดกับคุณสุเอาไว้ว่า จะไปรับตั๋ว ที่หน้างานของโรงแรม ที่มีชื่อว่า How to make money
โรงแรมนี้อยู่ที่สุขุมวิท20 เรานัดกับเพื่อนว่า
เราอยากถ่าย วีดีโอเก็บไว้ จะทำอย่างไร เพื่อนเราบอกว่าเอากลัองวีดีโอไปเด๊ะ
แล้วถ้าเกิดเค้าไม่ให้ถ่ายขึ้นมาล่ะ จะทำอย่างไร เราว่ามีวิธีอื่นไหม
เพื่อนเราบอกว่า เอางี้เด๊ะ ใช้โทรศัพท์ถ่ายรูปได้ไปถ่ายดู ให้รู้ว่าในงานเป็นอย่างไรบ้าง
เราตกลงกับเพื่อนว่า จะไปทำการถ่ายรูปด้วยโทรศัพท์ มือถือ กับบันทึกเสียง
คราวนี้เพื่อนเราใช้ โทรศัพท์ ยี้ห้อเดิม แต่มีการเพิ่มขนาดกาดร์ให้มีความจุมากขึ้น จาก 32 MG มาเป็น 64 MG

เมื่อนั่งรถไฟฟ้ามาถึง สถานี อโศก
จะสามารถไปโรงแรมนี้ได้โดยเดินย้อนกลับไปทางบางนา ประมาณ สามร้อยเมตร

เมื่อมาถึงโรงแรม ปรากฏว่า มีคนแต่งชุดดำ ทั้งสูท เสื้อเชิ้ต ใส่เน็คไทร์
บางคน วางมาดเหมือนนัก ธุรกิจ ระดับ ร้อยล้าน ใส่สูท แต่งตัว ดูน่าเชื่อถือมาก เราเองเจอคุณ สุ ที่ภายในโรงแรม คุณสุเองก็ ใส่สูท กางเกงเข้ารูป เหมือนกับ สาวอ๊อฟฟิต ระดับผู้บริหาร และมีคนมารอรับบัตร และ ต้องการเข้า งาน เหมือนกับเรา อีก คน ชื่อน้องแก้ว เด็กผู้หญิง ท่าทางพูดน้อยแล้วก็เชื่อ
คุณสุ แบบสนิทใจ ชนิดที่ เรียกว่า คุณสุว่าไง น้องแก้วก็ว่าตามเลยาน

ในที่สุดคุณสุก็เชิญเรากับเพื่อนมา ที่ชั้น สิบเอ็ด มีคนมากมาย เต็มไปหมด
ส่วนมากจะเป็นคนทั้วไป และ อีกกลุ่มที่ยืนปะปน กับผู้คนอื่นก็คือแก๊ง สูทดำ ยืนเท่ อยู่ทุกจุด
คุณสุ เชิญเราไปเข้าห้องที่โรงแรมจัดไว้
เมื่องานเริ่ม ก็มีการเปิดเพลงเดิม symply the best แล้วก็มีคน ลุกขึ้นยืน
ปรบมือ(แก๊ง สูทดำ)
เราสังเกตได้ว่า เค้าจะวางตำแหน่ง คนของเค้า(แก๊ง เสื้อดำ) ไว้เป็นจุดๆ
ไม่ให้ห่างจากคนที่เข้ามาในงานนี้ครั้งแรกมากนัก
เรียกได้ว่าทุกตำแหน่ง บนโต๊ะที่มีการประชุม
จะมีคนประเภท แก๊งเสื้อดำ มายืนคุม ไม่ให้คุณทำอะไรตามใจได้ง่ายๆ แล้วรายการต่อไปก็คือ รายการโม้อีกเช่นเคยุณสุ
หนูมีรายได้ สามหมื่นค่ะ
ผมมีรายได้สองแสน
ชั้นมีรายได้สามแสน
ว่ากันไปเป็นคนๆ ประมาณ หนึ่งร้อยคน
กินเวลา หนึ่งชั่วโมงออกไปเสนอหน้าบนเวที
ให้คนที่มารู้ว่านี่คือเรื่องจริง พอพูดจบคนก็จะมีคนปรบมือให้ ซึ่งก็ไม่ใช่คนอื่นไกล แก็งเสื้อดำเช่นเคย น่าเบื่อมากสำหรับเราและเพื่อน

ส่วน น้องแก้ว ที่มากับ คุณสุ มีคุณสุนั่งประกบ ไม่สามารถ สอบถามอะไรได้ทั้งนั้น
มีแต่คุณสุที่ชวนน้องแก้ว คุยตลอดเวลาว่า นี่คือ เรื่องจริงอง
แล้วเพื่อนเราก็หยิบโทรศัพท์ เตรียมที่จะถ่ายรูป
เชื่อไหมค๊ะ คนในแก๊งเสื้อดำที่นั่ง ในบริเวณโดยรอบ
เห็นเพื่อนเราหยิบโทรศัพท์ เตรียมจะถ่ายรูป กระโดด ออกมาขวางไว้เลย
แล้วพูดอย่างรวดเร็ว
ห้ามถ่ายรูปครับถ้าจะถ่ายรูป เชิญข้างนอก
อีกคนเดินเข้ามาวางท่าเหมืนนักเลงทันที
ถ้าจะถ่ายรูปออกมา เคลียหันข้างนอกเลย ที่นี่ห้ามถ่าย เข้าใจที่ผมพูดไหม หา

เลวมากค่ะ คนๆนี้แสดงอาการ เป็นนักเลงโต แก็งเสื้อดำทุกคน ที่อยู่ใกล้ๆ รีบลุกมามุงดูที่โต๊ะเราทันที เกือบสิบคน
เพื่อนเราบอกไปว่า ไม่รู้นี่ครับว่าห้ามถ่าย ถ้างั้นขออภัย ด้วย
คุณสุลุกขึ้น บอกว่าไม่มีอะไร
น้องเค้ามาใหม่เค้าไม่รู้ เอาเป็นว่าโทรศัพท์น้องไว้กับพี่ก่อนนะค๊ะ
ทุกๆคนทีมามุงรอบโต๊ะเรา ยังไงก็ไม่ ยอมกลับไปนั่งที่ จนเพื่อนเราต้องยอม ยกโทรศัพท์ให้คุณสุ นั่นแหละ
ทุกคนจึงกลับไปนั่งที่กัน เราโมโห มากแต่จะให้กลับเลยก็ไม่ได้
ก็ประตูทางออกจากห้องนี้ก็มี แก๊งเสื้อดำยืนคุมอยู่นี่ค๊ะ
เรานี่ใจหายเลย คิดว่าวันนี้มาเสียตังแล้ว มาเจ็บ ตัวด้วยหรือเปล่า
เราก็ได้แต่นั่งฟัง แก็งเสื้อดำที่ส่งตัวแทนออกไปพูด จ๋อยๆๆ
บอกผลิตภัณท์เทวดาของเค้าให้พวกเราฟัง ได้แก่
หนึ่ง เชค อะไรซักอย่างกินแล้วผอม่
สอง ไฟเบอร์ เม็ดห้าเหลี่ยมกินควบคู่เชคว
สาม ไฟเบอร์เม็ดยาวๆ กินควบคู่เช่นกันชคว
สี่ ชาเขียวเทวดา ขวดละ สองพันได้มั้ง เหมาะกับพวกเทวดา ไม่เหมาะกับคนเช่นเราๆ โค-ตะ-ระแพง
ห้า เยลโล่ แปลว่าเหลือง เป็นส้มแขก้ง
หก โรสออก กินลดอนุมูลอิสระ
แล้วยังมีเครื่องสำอาง ราคาสุดโหด อีกจำนวนหนึ่ง เหมาะกับพวกคุณนายที่